top of page

ยิงแอดแล้วไม่มียอด 12 ข้อควรรู้ก่อนทำโฆษณาการตลาดออนไลน์

ยิงแอดแล้วไม่มียอด 12 ข้อควรรู้ก่อนทำโฆษณาการตลาดออนไลน์
ยิงแอดแล้วไม่มียอด 12 ข้อควรรู้ก่อนทำโฆษณาการตลาดออนไลน์

เคยไหม? ยิงโฆษณาไปแล้วมีคนเห็น มีคนคลิก แต่สุดท้าย ยอดขายไม่เพิ่ม บางแคมเปญมีคนทักเข้ามาน้อย หรือเพิ่มงบแล้วกลับยิ่งขาดทุน ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากโฆษณาเพียงอย่างเดียว เพราะ ยิงแอดไม่มียอดขาย อาจเกี่ยวข้องกับหลายจุด ตั้งแต่กลุ่มเป้าหมาย คอนเทนต์ ข้อเสนอ ราคา เว็บไซต์ ไปจนถึงขั้นตอนการปิดการขาย ดังนั้น ก่อนเพิ่มงบโฆษณา ควรหาสาเหตุให้เจอก่อนว่า ลูกค้าหลุดออกจากกระบวนการตรงไหน


12 ข้อควรรู้ก่อนยิงแอด ถ้าไม่อยากยิงแอดแล้วขาดทุน

1. รู้ก่อนว่ากำลังยิงโฆษณาให้ใคร

การตั้งกลุ่มเป้าหมายกว้างเกินไปอาจทำให้โฆษณาเข้าถึงคนจำนวนมาก แต่ไม่ได้หมายความว่าคนเหล่านั้นจะเป็นลูกค้าที่มีโอกาสซื้อ ก่อนยิงแอดควรรู้ว่า ลูกค้าของคุณคือใคร มีปัญหาอะไร ต้องการอะไร และใช้ช่องทางไหนในการหาข้อมูลหรือซื้อสินค้า ยิ่งเข้าใจลูกค้ามากเท่าไร ก็ยิ่งสื่อสารกับคนที่มีโอกาสซื้อได้ตรงขึ้น


2. สินค้าดี ไม่ได้แปลว่าจะขายได้จากโฆษณา

เจ้าของธุรกิจอาจรู้ว่าสินค้าตัวเองดี แต่ลูกค้าที่เห็นโฆษณาไม่ได้รู้ข้อมูลทั้งหมดเหมือนเรา

โฆษณาจึงต้องตอบให้ได้ว่า สินค้าช่วยอะไร แก้ปัญหาอะไร และทำไมลูกค้าต้องเลือกเรา แทนที่จะบอกเพียงว่าสินค้าคืออะไร เพราะถ้าคนเห็นแล้วไม่รู้ว่าสินค้านั้นเกี่ยวข้องกับตัวเองอย่างไร ก็มีโอกาสเลื่อนผ่านทันที


3. คอนเทนต์ต้องทำให้คนหยุดดู

เลือกกลุ่มเป้าหมายได้ตรง แต่ถ้าคอนเทนต์ไม่น่าสนใจ คนก็อาจเลื่อนผ่านอยู่ดี ทั้งภาพ วิดีโอ Headline และข้อความโฆษณาควรสื่อสารไปในทิศทางเดียวกัน และทำให้คนเข้าใจประเด็นสำคัญได้เร็ว โดยเฉพาะบนแพลตฟอร์มที่มีคอนเทนต์ใหม่เข้ามาตลอดเวลา เป้าหมายง่ายๆ คือ หยุดดู  เข้าใจ  สนใจ  คลิกหรือทัก


4. ข้อเสนออาจยังไม่จูงใจพอ

บางครั้งลูกค้าเห็นโฆษณา สนใจสินค้า และเข้ามาดูรายละเอียดแล้ว แต่ยังไม่มีเหตุผลมากพอที่จะซื้อ ลองกลับมาดูว่า ราคา โปรโมชั่น Bundle ของแถม หรือสิทธิประโยชน์ต่างๆ น่าสนใจพอหรือไม่ เพราะต่อให้โฆษณาพาคนเข้ามาได้ แต่ถ้าข้อเสนอไม่ตอบโจทย์ ลูกค้าก็อาจยังไม่ตัดสินใจ นี่จึงเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้ ยิงแอดไม่มียอดขาย


5. Landing Page ต้องไม่ทำให้ลูกค้าหลุด

โฆษณาพาคนเข้ามาได้ แต่ถ้าเว็บไซต์โหลดช้า ข้อมูลไม่ครบ อ่านแล้วไม่เข้าใจ หรือหาวิธีสั่งซื้อไม่เจอ โอกาสขายก็ลดลง Landing Page ควรทำให้ลูกค้าเข้าใจสินค้าได้เร็ว เห็นจุดเด่น ราคา และข้อเสนออย่างชัดเจน รวมถึงมีขั้นตอนถัดไปที่เข้าใจง่ายว่า ต้องคลิก ทัก หรือสั่งซื้อที่ไหน


6. อย่าดูแค่จำนวนคลิก

มีคนคลิกเยอะไม่ได้หมายความว่ายอดขายจะเยอะตามไปด้วย นอกจาก Click ควรดูตัวเลขอื่นประกอบ เช่น CTR, CPC, Conversion Rate, CPA และยอดขายจริง เพื่อดูว่าคนหลุดตรงไหน ตั้งแต่เห็นโฆษณา คลิกเข้ามา ไปจนถึงกลายเป็นลูกค้า ตัวเลขเหล่านี้ช่วยให้รู้ว่า ปัญหาอยู่ที่โฆษณาหรืออยู่หลังจากที่ลูกค้าคลิกเข้ามาแล้ว


7. เลือก Objective ให้ตรงกับเป้าหมาย

Objective มีผลต่อวิธีที่ระบบโฆษณาใช้ค้นหากลุ่มคนให้กับแคมเปญ ถ้าธุรกิจต้องการยอดขาย แต่เลือก Objective ที่ไม่ตรงกับเป้าหมาย ระบบอาจเน้นหาคนที่มีแนวโน้มทำพฤติกรรมตาม Objective นั้น แทนที่จะมุ่งหาคนที่มีแนวโน้มซื้อ ก่อนเริ่มแคมเปญจึงควรกำหนดให้ชัดว่าต้องการ Awareness, Traffic, Leads หรือ Conversion


8. งบประมาณต้องสัมพันธ์กับเป้าหมาย

ใช้งบน้อยไม่ได้แปลว่ายิงแอดไม่ได้ แต่ต้องตั้งเป้าหมายให้สอดคล้องกับงบที่มี หากตลาดแข่งขันสูง แต่ต้องการยอดขายจำนวนมาก การใช้งบต่ำเกินไปอาจทำให้โฆษณาเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายไม่มากพอ และมีข้อมูลไม่เพียงพอสำหรับนำมาวิเคราะห์ ก่อนเพิ่มงบ ควรดูทั้ง ต้นทุนต่อการได้ลูกค้า (CPA) มูลค่าลูกค้า และยอดขายที่ต้องการ ไม่ใช่ดูแค่ว่าใช้งบไปเท่าไร


9. อย่ารีบปิดแคมเปญเพราะยังไม่มียอด

เห็นว่ายังไม่มียอดในช่วงแรก หลายธุรกิจอาจรีบเปลี่ยนกลุ่มเป้าหมาย เปลี่ยนโฆษณา หรือปิดแคมเปญทันที ปัญหาคือ ถ้าเปลี่ยนหลายอย่างพร้อมกัน จะไม่รู้ว่าอะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้ผลลัพธ์เปลี่ยนไป ควรให้แคมเปญมีข้อมูลมากพอในระดับที่เหมาะสมก่อน แล้วค่อยวิเคราะห์ว่าควรปรับตรงไหน


10. ทดสอบโฆษณาหลายรูปแบบ

ไม่มีใครรู้ตั้งแต่แรกว่าโฆษณาแบบไหนจะได้ผลดีที่สุด การทดสอบจึงเป็นส่วนสำคัญของการทำ Ads สามารถทดสอบได้ทั้ง Creative, Headline, Copy, Audience และข้อเสนอ เพื่อดูว่าแบบไหนสร้างผลลัพธ์ได้ดีกว่า เมื่อมีข้อมูลมากขึ้น ก็สามารถนำสิ่งที่ได้ผลไปต่อยอด และลดงบกับสิ่งที่ไม่สร้างผลลัพธ์


11. คนที่ยังไม่ซื้อ อาจไม่ได้แปลว่าไม่สนใจ

ลูกค้าบางคนเห็นโฆษณาแล้วอาจยังไม่ซื้อทันที แต่อาจเข้ามาดูเว็บไซต์ ดูสินค้า ทักแชต หรือใส่สินค้าในตะกร้าแล้วกลับไปตัดสินใจก่อน คนกลุ่มนี้ยังมีโอกาสกลับมาซื้อได้ การทำ Retargeting จึงเป็นอีกวิธีที่ช่วยสื่อสารกับคนที่เคยมีปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์ และพากลับเข้าสู่กระบวนการซื้ออีกครั้ง


12. ยอดขายไม่ได้ขึ้นอยู่กับโฆษณาอย่างเดียว

เมื่อ ยิงแอดไม่มียอดขาย อย่าเพิ่งสรุปว่าโฆษณามีปัญหา เพราะยอดขายเกี่ยวข้องกับหลายส่วน ตั้งแต่สินค้า ราคา กลุ่มเป้าหมาย คอนเทนต์ เว็บไซต์ ไปจนถึงการปิดการขาย ตัวอย่างเช่น หากโฆษณามีคนคลิกจำนวนมาก แต่ไม่มีคนซื้อ ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่โฆษณา แต่อาจเป็นราคา ข้อมูลสินค้า หน้าเว็บไซต์ หรือขั้นตอนการสั่งซื้อ ดังนั้น ควรดูตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทางว่า ลูกค้าหายไปตรงไหน


ยิงแอดให้ได้ผล ต้องเริ่มจากการวางแผน

การโฆษณาออนไลน์ไม่ได้จบแค่การตั้งแคมเปญแล้วรอดูยอดขาย แต่ต้องดูทั้งกระบวนการ ตั้งแต่ กลุ่มเป้าหมาย  โฆษณา  ข้อเสนอ  Landing Page  Conversion  การปิดการขาย  ถ้าแคมเปญมีคนเห็นและมีคนคลิก แต่ไม่มีคนซื้อ ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่ตัวโฆษณาเสมอไป ก่อนเพิ่มงบ ลองหาคำตอบให้ได้ก่อนว่า

- คนเห็นแต่ไม่สนใจ เพราะอะไร?

- คนคลิกแต่ไม่ทัก เพราะอะไร?

- คนทักแล้วไม่ซื้อ เพราะอะไร?

เมื่อรู้ว่าลูกค้าหลุดตรงไหน ก็จะรู้ว่าควรแก้ตรงไหน และไม่ต้องแก้ทุกอย่างพร้อมกัน


ยิงแอดไม่มียอดขาย ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดออนไลน์

หากธุรกิจกำลัง ยิงแอดไม่มียอดขาย หรือรู้สึกว่า ยิงแอดแล้วขาดทุน อย่าเพิ่งแก้ปัญหาด้วยการเพิ่มงบเพียงอย่างเดียว ควรวิเคราะห์แคมเปญตั้งแต่กลุ่มเป้าหมาย คอนเทนต์ ข้อเสนอ เว็บไซต์ การเก็บ Lead ไปจนถึงขั้นตอนการปิดการขาย เพื่อหาว่าปัญหาเกิดขึ้นตรงไหน เพราะบางครั้งปัญหาไม่ได้อยู่ที่ “ยิงแอดไม่ดี” แต่อาจเป็น ยิงไปไม่ตรงกลุ่ม ข้อเสนอไม่น่าสนใจ หรือมีลูกค้าเข้ามาแล้วแต่ปิดการขายไม่ได้

การวิเคราะห์ข้อมูลอย่างเป็นระบบจะช่วยให้รู้ว่าเงินโฆษณากำลังถูกใช้ไปกับอะไร และควรปรับจุดไหนก่อนเพิ่มงบ สุดท้ายแล้ว การยิงแอดที่ดีไม่ใช่การใช้งบให้มากที่สุด แต่คือ รู้ว่าจะใช้เงินกับใคร ใช้เพื่ออะไร และวัดผลอย่างไร


ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญการตลาดออนไลน์ Click

____________________________________________________________________________________

ติดตามข่าวสารการตลาดกับเราได้ที่

Facebook: Nexdigital Marketing, Nex Academy

เนกซ์ดิจิทัล : ที่ปรึกษาการตลาดออนไลน์ครบวงจร

 “เนกซ์ดิจิทัล เคียงข้างคุณทุกการเปลี่ยนเปลง”

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

📞 ปรึกษาฟรี Tel : 095-686-5591


Comments


bottom of page